วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

บทความวิชาการ : รูปแบบและกระบวนการพัฒนาหลักสูตร

การพัฒนาหลักสูตร มีรูปแบบหลายรูปแบบ และหลายขั้นตอน   การแสวงหารูปแบบในการ
พัฒนาหลักสูตรเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น
  เพราะ  รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรเปรียบเสมือน
พิมพ์เขียวที่มุ่งชี้ต่อการพัฒนาหลักสูตรให้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น
   การนำรูปแบบการพัฒนา
หลักสูตรมาใช้จะต้องมีการเลือกหรือปรับใช้ให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงของชีวิต       และ
สังคมของผู้ใช้  หลักสูตร โดยแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรนั้น มีหลายรูปแบบ
  ได้แก่
                            ไทเลอร์  (Tyler. 1949 : 1)  ได้ให้แนวคิดในวางแผนโครงร่างหลักสูตร  โดยใช้
วิธี
Means - Ends Approach  เป็นหลักการและเหตุผลในการสร้างหลักสูตรและการสอน ที่เน้น
การตอบคำถามพื้นฐาน
4 ประการ
1.       มีจุดมุ่งหมายทางการศึกษาอะไรบ้าง ที่สถาบันการศึกษาจะต้องกำหนด
ให้ผู้เรียน
2.       มีประสบการณ์การศึกษาอะไรบ้าง ที่สถาบันการศึกษาควรจัดขึ้นเพื่อช่วย
ให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ 
3.       จะจัดประสบการณ์ทางการศึกษาอย่างไร  จึงจะทำให้การสอนมี
ประสิทธิภาพ
4.       จะประเมินผลประสิทธิภาพของประสบการณ์ในการศึกษาอย่างไร
จึงจะตัดสินใจได้ว่าบรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้
                            จากคำถามทั้ง  4  ข้อ  ชี้ให้เห็นว่า การสร้างหรือพัฒนาหลักสูตร  ต้องคำนึงถึง
การกำหนดจุดมุ่งหมาย การกำหนดประสบการณ์ทางการศึกษา การจัดประสบการณทางการศึกษา
ให้แก่ผู้เรียน และการประเมินสัมฤทธิผลของหลักสูตร
                            การกำหนดจุดมุ่งหมาย  ไทเลอร์  ได้กล่าวถึงจุดประสงค์ต่างๆว่า  นักพัฒนาหลักสูตร
ควรกำหนดจุดประสงค์ทั่วไป
(General Objectives)  โดยศึกษาข้อมูล 3 แหล่ง คือ เนื้อหาวิชาจากผู้เชี่ยวชาญ   ข้อมูลผู้เรียน และข้อมูลสังคม จุดประสงค์ทั่วไปนี้ จะเป็นจุดประสงค์ชั่วคราว (Tentative Objectives)   จากจุดประสงค์ชั่วคราว   จะถูกกลั่นกรอง จากข้อมูลด้านปรัชญาการศึกษา  ปรัชญาสังคม  ที่สถานศึกษา
ยึดถืออยู่ และด้านจิตวิทยาการเรียนรู้      ซึ่งจะตัดทอนจุดประสงค์ที่ไม่จำเป็นออก และ
ทำให้จุดประสงค์มีความชัดเจนขึ้น จุดประสงค์ที่ได้นี้จะเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงในการพัฒนาหลักสูตร
   จากนั้นจึงเลือกและจัดประสบการณ์การเรียนรู้หรือประสบการณ์ทางการศึกษาสำหรับผู้เรียน เพื่อให้
บรรลุจุดประสงค์ที่กำหนดขึ้น และกำหนดการประเมินผลหลักสูตร
     
                            เซย์เลอร์  อเล็กซานเดอร์ และเลวิส (Saylor , Alexander and Lewis. 1981 : 28 - 39)   ได้
เสนอรูปแบบและกระบวนการพัฒนาหลักสูตร มีขั้นตอน รายละเอียดในการพัฒนาหลักสูตร ดังนี้
                                      1.  เป้าหมาย จุดมุ่งหมาย และขอบเขต (Goals , Objectives and Domains)
นักพัฒนาหลักสูตรควรกำหนดเป้าหมายและจุดมุ่งหมายของหลักสูตรเป็นสิ่งแรก เป้าหมายในแต่ละ
ประเด็นควรบอกถึงขอบเขตของหลักสูตร
  เซย์เลอร์  อเล็กซานเดอร์ และเลวิส ได้เสนอขอบเขตที่สำคัญ
4  ขอบเขต ได้แก่ พัฒนาการส่วนบุคคล (Personal Development)  มนุษยสัมพันธ์ (Human Relation)  ทักษะการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง (Continued Learning Skills) และความชำนาญเฉพาะด้าน (Specialization)    ทั้งนี้  อาจจะมีขอบเขตที่สำคัญอื่นๆอีก ซึ่งนักพัฒนาหลักสูตรสามารถพิจารณา
ให้เหมาะสมกับผู้เรียน และลักษณะของสังคม
 เป้าหมาย  จุดมุ่งหมาย และขอบเขต   จะถูกคัดเลือก
จากการพิจารณาตัวแปร
ภายนอก  (External Variables) อย่างรอบคอบ ได้แก่  ทัศนะและความต้องการ
ของสังคม
   ข้อบังคับทางกฎหมายของรัฐ ข้อค้นพบจากงานวิจัย ปรัชญาของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้าน
หลักสูตร เป็นต้น
                                      2.  การออกแบบหลักสูตร (Curriculum Design)  หลังจากที่ได้กำหนดเป้าหมายและ
จุดมุ่งหมายของหลักสูตรแล้ว  นักพัฒนาหลักสูตรต้องวางแผนออกแบบหลักสูตร ตัดสินใจเลือกและจัด
เนื้อหาสาระ เลือกประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม และสอดคล้องกับเนื้อหาสาระ รูปแบบหลักสูตรที่
เลือกแล้ว
   ควรให้มีความเหมาะสม  สอดคล้องกับ  เป้าหมาย  จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 
รวมทั้งความต้องการของผู้เรียน ลักษณะของสังคม
  ตลอดจนข้อกำหนดต่างๆของสังคม  และปรัชญาการศึกษา
                                      3.  การใช้หลักสูตร (Curriculum Implementation)  หลังจากตัดสินใจเลือกรูปแบบ
ของหลักสูตรแล้ว
   เป็นขั้นตอนของการนำหลักสูตรไปใช้  ครูผู้สอนควรวางแผน และจัดทำแผนการสอน
ในรูปแบบต่างๆ โดยเลือกวิธีการสอน และวัสดุสื่อการเรียนการสอนที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
ตามที่ได้กำหนดไว้
                                      4.  การประเมินผลหลักสูตร (Curriculum Evaluation) การประเมินผลหลักสูตร
เป็นขั้นตอนสุดท้ายของรูปแบบนี้
       นักพัฒนาหลักสูตร และครูผู้สอนจะต้องตัดสินใจเลือกเทคนิค
การประเมินผลที่สามารถตรวจสอบความสำเร็จของหลักสูตร คือ
   สามารถบอกได้ว่าหลักสูตรบรรลุ
เป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้หรือไม่
  การประเมินผลหลักสูตรควรเน้นการประเมินตัวหลักสูตร
คุณภาพการสอน และพฤติกรรมทางการเรียนรู้ของผู้เรียน ผลจากการประเมินจะช่วยให้นักพัฒนา
หลักสูตรสามารถตัดสินใจได้ว่า จะใช้หลักสูตรนี้ต่อไป
  ควรปรับปรุงแก้ไขหรือควรจะยกเลิกหลักสูตรดังกล่าว
                            โอลิวา (Oliva. 1992 : 171 - 175)   ได้เสนอแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตร โดยเสนอ
องค์ประกอบในการพัฒนาหลักสูตร
12 องค์ประกอบ และมีการดำเนินการเป็นขั้นตอน ดังนี้
                                      1.   กำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษา ปรัชญา และหลักจิตวิทยาการศึกษา
ซึ่งเป้าหมายนี้เป็นความเชื่อที่ได้มาจากความต้องการของสังคม และผู้เรียน
                                          2.   วิเคราะห์ความต้องการของชุมชน ผู้เรียน และเนื้อหาวิชา
          3.   กำหนดจุดหมายของหลักสูตร
                                          4.   กำหนดวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
  5.   จัดโครงสร้างของหลักสูตร และนำหลักสูตรไปใช้
         6.   กำหนดจุดหมายของการเรียนการสอน
         7.   กำหนดวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน
         8.   เลือกยุทธวิธีการจัดการเรียนการสอน
         9.   เลือกวิธีการประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน
   10.  นำยุทธวิธีการจัดการเรียนการสอนไปใช้
   11.  ประเมินผลการจัดการเรียนการสอน
   12.  ประเมินผลหลักสูตร
                 จากแนวคิดของนักพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวข้างต้นสรุปได้ว่า รูปแบบและกระบวนการพัฒนาหลักสูตร เป็นกระบวนการที่ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ    โดยในแต่ละขั้นตอนมีกิจกรรมเ
พื่อการจัดทำหลักสูตร ให้ตอบสนองกับความต้องการของผู้เรียน
  สภาพการณ์ของสังคม     จาก
รูปแบบและกระบวนการพัฒนาหลักสูตรข้างต้น ในภาพรวมมีความคล้ายคลึงกัน ต่างกันเพียง
ในรายละเอียด
   ในที่นี้สามารถสังเคราะห์รูปแบบ และกระบวนการพัฒนาหลักสูตร    เพื่อเป็น
กรอบแนวคิดทางทฤษฎี
ในการพัฒนาหลักสูตร  ขั้นตอนได้แก่
                           1.  การศึกษาความต้องการของผู้เรียน  สังคมชุมชน   เนื้อหาวิชา  รวมทั้งปรัชญาทางการศึกษา   จิตวิทยาการศึกษา รวมทั้งกฎเกณฑ์ข้อระเบียบต่างๆ   เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งเป็นขั้นตอนการศึกษาสภาพทั่วไปก่อนการพัฒนาหลักสูตร
                          2.  กำหนดหลักการ เป้าหมาย  จุดประสงค์ของหลักสูตร  การจัดเนื้อหาวิชา กิจกรรมการเรียนการสอน
       3.  การนำหลักสูตรไปใช้
       4.  การวัดผลและประเมินผล 

เอกสารอ้างอิง

Oliva , Peter F. Developing the Curriculum. 3 rd ed. New York : Harper Collins Publisher , 1992.
Saylor , Galen J., Alexander , William M. & Lewis , Arthur J. Curriculum Planning for Better
                   Teacher and Learning. 4 th ed. New York : Holt Rinehart and Winston , 1981.
Tyler, Ralph W. Basic Principles of Curriculum and Instruction. Chicago : University of
                   Chicago Press, 1949

บันทึกงาน เดือนมีนาคม 2555

วันที่ 4 มีนาคม 2555 : ร่วมงานวัน กศน. และเข้ารับการประดับบ่า วิทยฐานะเชี่ยวชาญ
ณ กระทรวงศึกษาธิการ
วันที่ 6 มีนาคม 2555 :ร่วมเป็นคณะกรรมการประเมินคุณภาพสถานศึกษาโดยต้นสังกัด
ณ กศน.อำเภอคลองใหญ่
วันที่  8-9 มีนาคม 2555 : ร่วมเป็นคณะกรรมการประเมินคุณภาพสถานศึกษาโดยต้นสังกัด
ณ กศน. อำเภอเกาะช้าง
วันที่ 12 มีนาคม 2555 : ประชุมคณะกรรมการสหวิชาชีพประจำสถานพินิจและคุ้นครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด ตาม คำสั่งกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่ 932 / 2554 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสหวิชาชีพประจำสถานพินิจและคุ้นครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด ณ พินิจและคุ้นครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด
วันที่ 19 มีนาคม 2555 : ร่วมงานมหกรรมคุณภาพการศึกษาจังหวัดตราด  ตามโครงการประเมินคุณภาพเชิงพื้นที่ ตามคำสั่งจังหวัดตราด ที่ 284 / 2555 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินโครงการประเมินคุณภาพเชิงพื้นที่  จัดโดย สมศ. ณ วิทยาลัยอาชีวตราด
วันที่ 22 มีนาคม 2555 : เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาครูสู่ประชาคมอาเซียน ตามคำสั่งสำนักงาน กศน. จังหวัดตราด ที่ 24 / 2555  ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
วันที่ 26 - 30 มีนาคม 2555 :  ร่วมเป็นคณะกรรมการสร้างเครื่องมือประเมินเทียบระดับการศึกษา มิติความรู้ ความคิด ตามคำสั่ง สำนักงาน กศน. ที่ 60 / 2555 ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลส

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

บันทึกงาน เดือนกุมภาพันธ์ 2555

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 : เข้าร่วมประชุมประจำเดือน ของ สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
ณ ห้องประชุม สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
                                        ประชุมนำเสนอผลการประเมินคุณภาพการบริการของห้องสมุด
ประชาชนภายใต้สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดตราดตามนโยบายห้องสมุด 3 ดี  ณ ห้องประชุมสำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
                                        ประชุมคณะกรรมการประเมินต้นสังกัด ณ ห้องประชุม สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
                                        ประชุมคณะกรรมการพิจารณาแบบประเมินเพื่อการคัดเลทอก กศน.ตำบลดีเด่น และหัวหน้า กศน.ตำบลดีเด่น ของ สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด  ณ ห้องประชุมสำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
วันที่ 8 - 10 กุมภาพันธ์ 2555 : กำกับดูแลการออกข้อสอบรายวิชาเลือก ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภาคเรียน 2/2554 ของ สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด ณ ห้องประชุมสำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
วันที่ 13 - 15 กุมภาพันธ์ 2555 : ประชุมคณะทำงานจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลือ่นวิทยฐานะ ตามคำสั่ง สำนักงาน กศน. ที่ 21/2555 ลงวันที่ 30 มกราคม 2555  ณ ห้องประชุมบรรจง  ชูสกุลชาติ สำนักงาน กศน.
วันที่ 16 - 17 กุมภาพันธ์ 2555 : เป็นคณะกรรมการประเมินต้นสังกัด กศน.อำเภอคลองใหญ่
วันที่ 20 - 24 กุมภาพันธ์ 2555 : ประชุมคณะกรรมการตรวจคุณภาพหนังสือเรียน กศน. สำนักพิมพ์เอกชน ระยะที่ 1 ครั้งที่ 1 ปี 2555  ณ โรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ กรุงเทพฯ
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2555 : ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้       ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ  จัดโดย สำนักงาน ก.ค.ศ. 
ณ โรงแรมทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันทึกงาน เดือนมกราคม 2555

วันที่ 9 มกราคม 2555 : ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการสอบ N -Net ณ ห้องประชุม สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
วันที่ 18 - 20 มกราคม 2555 : ประชุมปรับผังข้อสอบ ปรับปรุง เพิ่มเติมข้อสอบ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ จังหวัดนนทบุรี
วันที่ 23 มกราคม 2555 : เผยแพร่เอกสาร เรื่อง การประเมินคุณภาพการบริการของห้องสมุดประชาชนภายใต้สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดตราด ตามนโยบายห้องสมุด 3 ดี
วันที่ 31 มกราคม 2555 : ประชุมเสวนาทางการศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลายหรือเทียบเท่า เพื่อรับการศึกษาต่อในระดับอนุปริญญาของวิทยาลัยชุมชนตราด     ณ
วิทยาลัยชุมชนตราด

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

บทความวิชาการ : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
                    ความหมายของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
                            คำว่า การวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีนักวิชาการได้ให้ความหมายไว้ดังนี้
                                    Kemmis and McTagart (1990) ได้ให้ความหมายไว้ว่า คือ  การรวบรวมปัญหาหรือ
คำถาม  จากการสะท้อนการปฏิบัติการของผู้ที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ ในสังคมใดสังคมหนึ่ง เพื่อ   
ต้องการพัฒนาหาหลักการ เหตุผล และวิธีการปฏิบัติงาน   เพื่อให้ได้รูปแบบหรือแนวทางนำไปใช้ใน
การพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานนั้น และในขณะเดียวกันก็เป็นการพัฒนาความเข้าใจ   เกี่ยวกับการ
ปฏิบัติงานให้มีความสอดคล้องกับภาวะของสังคมและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
                                    ปริญญา  อุปลา (2545) ได้ให้ความหมายว่า คือ  การพยายามในการทำความเข้าใจ
ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบริบทของงานที่ปฏิบัติด้วยมุมมองเพื่อแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนา โดย
ใช้ยุทธศาสตร์ การวางแผน การรวบรวมข้อมูล การประเมินผล  เพื่อสะท้อนผลการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ
นำไปสู่ประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน
                            จากการศึกษาข้อมูลสรุปได้ว่า การวิจัยเชิงปฏิบัติการ หมายถึง   กระบวนการแสวงหา
ความรู้จากสถานการณ์จริงอย่างเป็นระบบ  ด้วยกระบวนการ การวางแผน การรวบรวมข้อมูล และ
การประเมินผล  เพื่อจะนำข้อมูลมาแก้ปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึ้น 
                            ลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
                                    ลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการนั้น  มีนักวิชาการอธิบายลักษณะสำคัญ
ของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดังนี้
                                    Kemmis and McTagart (1990)   ได้สรุปลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
ไว้ดังต่อไปนี้
                            1. เป็นวิธีปรับปรุงการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง                                 
                                 และเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงนั้น
                            2. เป็นการดำเนินงานของผู้ปฏิบัติงานเอง  เพื่อการพัฒนางานของตนเอง
                                 และกลุ่มอาชีพของตนเอง
                            3. เป็นกระบวนการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเป็นวงจร  โดยเริ่มจาก
                                 การวางแผน  การปฏิบัติตามแผน    การสังเกต  และการสะท้อนผล 
                                 เป็นวงจรเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ  จนกว่างานนั้น จะได้รับการปรับปรุงตามที่ต้องการ
                            4. ต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง เน้นกระบวนการกลุ่ม
                            5. เกิดจากความเต็มใจ และเห็นความสำคัญ ของการปรับปรุงพัฒนางานของ
                                                 ตนเอง
                            6. การอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยใช้ความรู้ และประสบการณ์ของ
                                ผู้ปฏิบัติงานหรือกลุ่มวิชาชีพของผู้ปฏิบัติงานเอง  ภายใต้เงื่อนไข และ
                                สภาพแวดล้อมที่เป็นจริงมากกว่าจะเชื่อตามหรืออ้างอิงทฤษฎีจากภายนอก
                                เพียงอย่างเดียว
                                            7. เป็นกระบวนการที่มีความยืดหยุ่นสูง  มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง
                                                 การปฏิบัติงานได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับข้อมูลและสถานการณ์ในขณะนั้น
                            8. เน้นการสังเกตและบันทึกข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา  เพื่อนำมา
                                วิเคราะห์และ สรุปผลที่ถูกต้อง
                            9. เน้นทั้งผลที่เกิดขึ้นและกระบวนการปฏิบัติงาน
                            10. เน้นวิธีการเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ
                                    ผ่องพรรณ  ตรัยมงคลกูล (2543)  ได้อธิบายลักษณะสำคัญของการวิจัยเ
ชิงปฏิบัติการว่า  มีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ
                                            1. เป็นการวิจัยที่เรียกว่า Self – Reflective Inquiry  คือ ไม่ได้มุ่งพัฒนาความรู้ใหม่  
แต่จุดเน้นอยู่ที่การมองสะท้อนกลับสภาพการณ์หรือปัญหาที่เผชิญอยู่
                                            2. เป็นการดำเนินการวิจัย โดยผู้ที่มีส่วนร่วมภายในหน่วยงานหรือองค์กรนั้น 
โดยเป็นการวิจัยร่วมกันของบุคคลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
                                            3. เป็นการวิจัย เพื่อหวังผลในการปรับปรุง พัฒนาวิธีการปฏิบัติในหน่วยงาน
หรือองค์กรนั้นๆ  เพื่อการพัฒนาตามแนวทางใดแนวทางหนึ่ง
                                    จากการศึกษาสรุปได้ว่า  ลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เป็นการดำเนินการ
ศึกษา และปฏิบัติร่วมกัน แบบมีส่วนร่วมของบุคคลภายในองค์กร โดยผ่านการวิเคราะห์ วิจารณ์อย่างเป็น
ระบบตามสภาพจริง เพื่อมุ่งหวังในการแก้ปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
ยิ่งขึ้น
                            รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
                                    รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ   สามารถนำเสนอแนวคิดรูปแบบที่นักวิชาการได้มี
การนำเสนอไว้ ดังนี้
                Zuber-Skerrit (1992) เสนอรูปแบบของการวิจัยเชิงปฏิบัติการว่า  การวิจัย
เชิงปฏิบัติการมีขั้นตอนสำคัญ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นวางแผน (Plan)  ขั้นปฏิบัติตามแผน (Act)  
ขั้นสังเกตผล (Observe)  และขั้นสะท้อนผล (Reflect) 
                                    สุรีย์พร  พานิช (2546) ได้อธิบายเกี่ยวกับรูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดังนี้
                                            รุปแบบที่ 1  แนวคิดของ  Lewin  รูปแบบแห่งการวางแผน  คือ   การค้นหา
ความจริง และการปฏิบัติ  เป็นกระบวนการเสนอชุดของการตัดสินใจแบบบันไดเวียนบนพื้นฐาน
ของการทบทวนวงจร การวิเคราะห์  การสำรวจ การทบทวนปัญหา การวางแผน  การส่งเสริม
การปฏิบัติทางสังคม และการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติ             แนวคิดของ Lewin  คือ   
กระบวนการทางสังคม ที่สามารถได้รับการศึกษา     โดยมีแนวทางในการเปลี่ยนแปลงและสังเกต
อย่างเป็นวิทยาศาสตร์    ผลที่ได้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น   การดำเนินการเช่นนี้ คล้ายกับ
แนวคิดของ Scriven ในเรื่องของการประเมินเพื่อการปรับปรุงงาน  งานวิจัยจะเริ่มต้นด้วย แนวคิด
ทั่วไปหรือปัญหา  การค้นหาทางแก้ของปัญหา  โดยผลการสำรวจทั้งหมดในแต่ละแผนจะเป็น
แนวทางเพื่อจะหาวิถีทางในการแก้ปัญหา    ทั้งนี้   แผนปฏิบัติงานที่วางไว้จะเป็นเครื่องมือ และ
เครื่องเตือน ในการประเมินประสิทธิภาพของการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอน สู่การวางแผนขั้นต่อไป
                                            รูปแบบที่ 2      มีนักการศึกษาเสนอไว้ 2 รูปแบบ  ได้แก่   Elliott และ Ebbutt   
 โดยรูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการของ Elliott  เน้นศูนย์กลางของการวิเคราะห์ อยู่ที่ความคิด  ซึ่งเป็น
ของผู้วิจัยที่จะตีความ  เพื่อความเข้าใจในการทำงาน บนปัญหาของการปฏิบัติและการอธิบายในส่วน
รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการของ Ebbutt  ได้กล่าวอ้างว่า  บันไดเวียนไม่ใช่เรื่องที่มีประโยชน์มาก
เท่าใดในการเปรียบเทียบเพื่อใช้ในการคิดของกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ      โดยได้ให้เหตุผลว่า
หนทางที่ดีที่สุดของการคิดคือ กระบวนการ หมายถึง  ชุดของวงจรที่ต่อเนื่องกันหลายๆชุด  แต่ละชุด
จะให้ความเป็นไปได้ในการให้ข้อมูลย้อนกลับจากการประเมินภายใน และระหว่างวงจรปฏิบัติ
                                            รุปแบบที่ 3 แนวคิดของ Kemmis    ได้พัฒนากระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
โดยมีแนวคิดว่า การได้รับกระบวนการที่เป็นชุดของการสะท้อนกลับโดยบันไดเวียนคือการวางแผน
ในการปฏิบัติ การสังเกต การปฏิบัติสะท้อนกลับ  การปฏิบัตินั้น เท่ากับเป็นการได้รับการพัฒนาและ
เคลื่อนที่ไปสู่วาระใหม่ที่มีการทบทวนการสังเกตและการสะท้อนกลับ จัดแบ่งได้ 4 ขั้นตอน คือ
                                                      1. ขั้นวางแผน
                                                      2. ขั้นปฏิบัติ
                                                      3. ขั้นเก็บข้อมูลหรือสังเกต
                                                      4. ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ
                            จากการศึกษาข้อมูลรูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการสรุปได้ว่า   การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
เป็นรูปแบบที่มีกระบวนการเคลื่อนหมุนไม่หยุดนิ่งในลักษณะของเกลียวสว่านของ  4 จุดสำคัญ 
 คือ การวางแผน การปฏิบัติ  การสังเกต และ การสะท้อนผล 

                                                                                                              
                        

เอกสารอ้างอิง
ปริญญา  อุปลา. การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนคณิตศาสตร์
                    ระดับประถมศึกษาปีที่ 4  โรงเรียนบ้านพุทธรักษา จังหวัดสกลนคร. ปริญญานิพนธ์
                    ศศ.ม. (ประถมศึกษา). เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2545.
ผ่องพรรณ  ตรัยมงคลกูล. การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2543.
สุรีย์พร  พานิช. รายงานการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน
                    กระบวนวิชาหลักการธุรกิจศึกษา. ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (อาชีวศึกษา). เชียงใหม่ :
                    บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2546.
Kemmis, S and , McTagart. The Action Research Planner. Geelong:Deakin  University Press,
1990.
Zuber-Skerrit,  O.  Action Research in Higher Education.  London  :  Kogan Page, 1992.








บันทึกงาน เดือนธันวาคม 2554

วันที่ 9 ธันวาคม 2554 : ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาและเจ้าหน้าที่งานทะเบียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อชี้แจงการจัดทำข้อมูลรายชื่อผู้จบ เพื่อการเข้าทดสอบ N- Net  ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด
วันที่ 13 ธันวาคม 2554 : (แทน) ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน.จังหวัดตราด ประชุมกลุ่มสำนักงาน กศน. จังหวัด (กลุ่มสุดฝั่งบูรพา) เพื่อคัดเลือกบุคลากร / หน่วยงาน / เครือข่าย / สถานศึกษา ที่จัดและ/หรือ สนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยดีเด่น ประจำปี ณ สำนักงาน กศน จังหวัดจันทบุรี
วันที่ 21 ธันวาคม 2554 : (แทน) ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดตราด ต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะฯ วุฒิสภา
ณ ห้องประชุมพลอดแดง ศาลากลางจังหวัดตราด
วันที่ 14 - 30 ธันวาคม 2554 : สรุปและอภิปรายผล การประเมินคุณภาพการบริการห้องสมุดประชาชน ภายใต้สังกัดสำนักงาน กศน. จังหวัดตราด ตามนโยบาบ 3 ดี  ผลการสรุปและอภิปรายผล เสรจเรียบร้อย นำเสนอ เพื่อการเผยแพร่ต่อไป